“ชุมชนเสน่ห์วิถีชีวิตพอเพียง
มุ่งยกระดับการพัฒนาชุมชนแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
(Circular Economy) ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”
กว่าจะมาเป็นวันนี้
ชุมชนคุณธรรมวัดวังตะเคียนทอง นำโดยพระครูสุนทรพัชรสาร ท่านเจ้าอาวาสวัดวังตะเคียนทอง ที่มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาชุมชนให้มีความยั่งยืน เนื่องจากชุมชนมีบริเวณพื้นที่กว้างขวางและไม่ได้ใช้ประโยชน์ จึงเกิดการร่วมพลังของชุมชนในการจัดการพื้นที่ในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งมีวัดเป็นจุดศูนย์รวมในการทำกิจกรรม ร่วมกันประชุมกำหนดเป้าหมายการพัฒนา กำหนดแผนการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง ในการระเบิดจากข้าง จึงเกิดกิจกรรมลานวัฒนธรรมสร้างสรรค์ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของชุมชน ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้ในการอบรมการทำผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยจากสวนสมุนไพร การทำนาข้าวปลอดสารพิษ รวมถึงกิจกรรมแก้ไขปัญหาของชุมชนและมีการส่งเสริมการทำความดีร่วมกัน
เส้นทางสู่ความสำเร็จของการมาเป็นชุมชนต้นแบบ
ชุมชนวัดวังตะเคียนทองมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนตามแนววิถีชีวิตพอเพียงในการแก้ปัญหาภายในชุมชน การจัดทำข้อตกลงของผู้นำชุมชนและคนในชุมชนที่จะขับเคลื่อนให้เป็นชุมชนคุณธรรมต้นแบบร่วมกัน โดยมีการดำเนินงาน ดังนี้
๑.พัฒนาความรู้ด้านการสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้แก่คนในชุมชน
๒.การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม การปฏิบัติตามหลักคุณธรรม พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา พัฒนา
๓.การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง การทำสวนสมุนไพร และทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสมุนไพร เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ได้แก่ น้ำหมักสมุนไพร โรงอบสมุนไพร สบู่สมุนไพร
๔.การจัดตั้งกลุ่มข้าวปลอดสารพิษชุมชนคุณธรรมวัดวังตะเคียนทอง จัดสร้างโรงสีข้าวเล็ก ๆ ภายในวัด การทำนาปลอดสารพิษ ต่อยอดไปสู่
๕.การจัดตั้งตลาดชุมชนคุณธรรมวัดวังตะเคียนทอง ตลาดชุมชนเพื่อชุมชน โดยพระครูสุนทรพัชรสาร เจ้าอาวาสวัดวังตะเคียน เป็นแกนนำในการพัฒนาและส่งเสริมรายได้ในชุมชน
๖.การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์และเรื่องจำเป็นเร่งด่วน พร้อมแนวทางการป้องกันโรคCOVID-19
ความท้าทาย
ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๖๓ มีการแพร่ระบาดของโรคCOVID-19 ทำให้ไม่สามารถดำเนินงานขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ให้บรรลุตามเป้าหมาย คนในชุมชนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงมีการใช้หลักพลังบวรบูรณาการการทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาภายใต้ภาวะวิกฤตเพื่อสามารถข้ามผ่านอุปสรรคที่เกิดขึ้น ประกอบด้วย
๑.สร้างภูมิคุ้มกัน : ผู้นำชุมชน แพทย์ประจำตำบล สถานศึกษา ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคCOVID-19
๒.ความพอเพียง : การใช้จ่ายอย่างประหยัด และการจัดทำบัญชีครัวเรือน
๓.จิตอาสา : การรู้จักแบ่งปันช่วยเหลือผู้อื่น แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค
๔.ศาสนา : การจัดพิธีทางศาสนาและการจัดกิจกรรมทางประเพณีแบบฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ในรูปแบบออนไลน์
๕.วัฒนธรรมประเพณี : การพัฒนาความรู้การทำสมุนไพรในการรักษา COVID-19 กิจกรรมปลูกสวนสมุนไพรต้านภัยโควิด
ผลลัพธ์และผลกระทบที่เกิดขึ้น
จากการดำเนินการขับเคลื่อนด้วยพลังบวรทำให้เกิดผลสำเร็จ ดังนี้
๑.การจัดตั้งกลุ่มอาชีพของชุมชน จำนวน ๓ กลุ่ม ได้แก่ (๑) กลุ่มข้าวปลอดสารพิษ วัดวังตะเคียนทอง (๒) กลุ่มสมุนไพรพื้นบ้าน (๓) กลุ่มขนมไทย การสร้างงาน สร้างเงิน สร้างรายได้แก่ครัวเรือนและชุมชน ลดปัญหาหนี้สิน
๒.ลานวัฒนธรรมสร้างปัญญาเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม โดยมีการจัดกิจกรรมของชุมชนทั้ง ๓ มิติ มิติทางศาสนา กิจกรรมเข้าวัดปฏิบัติทำ มิติเศรษฐกิจพอเพียง การทำสวนสมุนไพร และทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสมุนไพร น้ำหมักสมุนไพร โรงอบสมุนไพร สบู่สมุนไพร การทำนาข้าวปลอดสารพิษ มิติวิถีวัฒนธรรมที่ดีงาม การจัดกิจกรรมส่งเสริม อนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมประจำปี
๓.การทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชน ส่งเสริมด้านความมีจิตอาสา ให้คนในชุมชนมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รู้จักแบ่งปันช่วยเหลือผู้อื่น
๕.การพัฒนาชุมชนแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยความร่วมมือของพลังบวร กำหนดเป้าหมายร่วมกันในการที่จะพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กิจกรรม ปรับภูมิทัศน์ของชุมชน (หน้าบ้าน น่ามอง) โดยใช้วัสดุเหลือใช้จากยางรถยนต์ในชุมชนมารีไชเคิลทำเป็นกระถางต้นไม้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ใช้ปลูกสมุนไพรบริเวณรอบๆ หมู่บ้าน และศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
เป้าหมายที่จะเดินต่อ
๑.ดำเนินการเปิดตลาดชุมชนคุณธรรมวัดวังตะเคียนทอง จำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้า แปรรูป ร้านอาหาร โดยชุมชนเพื่อชุมชน ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ อย่างต่อเนื่อง
๒.โครงการ หนึ่งจุ๊บแลกยิ้ม ก่อให้เกิด “นวัตกรรมคุณธรรมนำชุมชน” โดยนำหลอดพลาสติกที่ใช้แล้ว มาจัดทำเป็นหมอนให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง
๓.โครงการขยะสะสมบุญ ร่วมกันทำบุญบริจาคขยะให้แก่ชุมชนโดยมีวัดวังตะเคียนทองเป็นศูนย์กลางในการดำเนินการ เพื่อช่วยเหลือคนในชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยรายได้จากการจำหน่ายขยะทั้งหมดจะนำมาซื้อของอุปโภค บริโภคให้กับคนพิการ หรือคนยากไร้ในชุมชน
ผู้ติดต่อในพื้นที่
พระครูสุนทรพัชรสาร ๐๒-๙๕๓-๗๕๕๘
แสดงความคิดเห็น