ความดี .. คือสิ่งที่เป็นคุณ เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น สิ่งอื่น ทั้งต่อคน ต่อสัตว์ ต่อสิ่งแวดล้อม และต่อธรรมชาติ
การทำความดี จึงหมายถึงพฤติกรรมหรือการกระทำที่ก่อให้เกิดคุณ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนต่อสัตว์ ต่อสิ่ง แวดล้อมและต่อธรรมชาติ
การทำความดี มักได้ผลทันทีโดยไม่ต้องมีใครมามอบผลแห่งความดีให้ เพราะการทำความดีให้คุณ ให้ประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ ยิ่งรู้จักทำความดีด้วยปัญญา กับบุคคลที่ควรทำ กับสิ่งที่ควรทำ ในเวลาที่เหมาะสม ในสถานที่ที่เหมาะสม ย่อมส่งผลในทางบวกต่อตนเองและผู้อื่นอย่างมหาศาล ผลที่ได้ทันทีคือความสุขต่อจิตใจ ปิติปลาบปลื้มใจ ความร่าเริงแจ่มใส ความเป็นที่รักของผู้อื่น ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความรักความเอ็นดู ที่จะได้รับกลับมา เป็น credit ความดี ที่ได้รับทันทีโดยไม่ต้องมีใครมามอบให้หรือรอผลในชาติหน้า
อย่างไรก็ตามการทำความดีโดยไม่หวังผลสิ่งใดตอบแทนนั้น เป็นยอดแห่งความดีที่คนส่วนใหญ่จะไปถึงได้ยาก เพราะการทำความดีมักหวังผลตอบแทนอยู่เสมอ ทำให้การทำความดีของคนทั่วไป มักไปไม่ถึงขั้นสูงสุดที่จะไปถึง ซึ่งเป็นความต้องการของมนุษย์ขั้นสูงตามทฤษฎี ความต้องการของมนุษย์ 5 ขั้นของมาสโลว์ และเป็นการทำความดีขั้นสูงตามทฤษฎีจริยธรรมของโคลท์เบิก
ดังนั้นการเสริมแรงให้มนุษย์อยากทำความดี เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นวิถีหรือไปถึงการทำดีขั้นสูงนั้น จำเป็นจะต้องมีวิธีการหรือกลยุทธ์ที่จะเสริมให้คนมีแรงจูงใจในการทำความดีที่ต่อเนื่อง
ปัจจุบันศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้พัฒนาระบบเครดิตความดีร่วมกับเครือข่ายทางสังคม เป็นอีก 1 เครื่องมือสำคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ระบบแรงจูงใจเชิงบวกมาเป็นระบบสนับสนุนการทำความดีของสังคม ตอบสนองต่อการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 พ.ศ 2566-2570
ระบบเครดิตความดี เป็นระบบที่สร้างขึ้นเอง ใช้กันเอง และรับผลด้วยกันเอง ในระดับองค์กรและชุมชน ที่แต่ละแห่งสามารถสร้างขึ้นมาได้ เป็นระบบสร้างแรงจูงใจในการทำความดี ที่ตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 5 ประการคือ 1) เป็นไปเพื่อการให้คุณค่ากับการทำความดี 2) เป็นลักษณะการตอบแทนการทำความดี 3) โดยความสมัครใจ โดยไม่มีการตัดสิทธิ์หรือริดรอนสิทธิประโยชน์ใดๆขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย 4) ต้องยอมรับในกฎกติกาที่สร้างขึ้นร่วมกัน 5) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเชิงบวกอย่างเป็นวิถีและยั่งยืน ทั้งนี้ การทำให้เกิดระบบเครดิตความดี จะทำให้คนดีมีพื้นที่ยืนและความดีมีพื้นที่ในสังคมได้ชัดเจน
แต่ละองค์กร หรือชุมชนท้องถิ่นต่างๆ สามารถสร้างระบบนี้กันขึ้นมาได้เอง ด้วยกระบวนการ 5 ขั้นตอนที่จะต้องตอบคำถามให้ได้ว่า
1. จะส่งเสริมความดีเรื่องอะไร หรือทำไปเพื่ออะไร เช่น ส่งเสริมให้คนมีวินัยใส่ใจความสะอาดชุมชน ส่งเสริมการทำจิตอาสาเพื่อชุมชน ส่งเสริมความกตัญญู เป็นต้น
2. มีหลักเกณฑ์พฤติกรรมอะไรที่เราจะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติร่วมกัน โดยกำหนดพฤติกรรมร่วมกัน อย่างน้อย 4-5 ข้อ อาจให้นำ้หนักคะแนน จากความถี่ และความสำคัญก็ได้ เช่น มาทำความสะอาดรอบหมู่บ้านทุกวันพระใหญ่ ให้ครั้งละ 10 คะแนน บริจาคโลหิตให้ครั้งละ 20 คะแนน เป็นต้น
3. ถ้าปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นั้นแล้ว จะได้อะไร ประกอบด้วย สัญลักษณ์ สิ่งของ รางวัล เงินทุน โอกาส สิทธิประโยชน์ หรือการให้เวลาตอบกลับ เป็นต้น
4. จะรู้ได้อย่างไร ว่าเขาทำได้จริงหรือพิสูจน์ได้ว่าทำจริงๆ ซึ่งจะต้องวางระบบหลักฐานมายืนยันหรือรองรับ เช่น สมุดบันทึกความดี เป็นต้น
5. ใครจะพิจารณาตัดสินใจให้เครดิตความดี มีใครบ้างที่มีส่วนร่วมตัดสินใจว่าจะให้หรือไม่ไห้เครดิตนั้น
จากการประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจ จาก 11 องค์กร ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาระบบเครดิตความดี (Moral Credit) ร่วมกับศูนย์คุณธรรม ในปี 2568 พบว่า แต่ละแห่งมีการใช้จ่ายงบประมาณ ไปเพื่อการลงทุน ตอบแทนความดี ทั้งเป็นเงิน สิ่งของ รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ อยู่ระหว่าง 70,000 – 120,000 บาทต่อแห่ง ต่อปี
สำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม ศูนย์คุณธรรม จึงเชื่อได้ว่า หากมีการส่งเสริมเครดิตความดีอย่างจริงจัง ตามมติสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติครั้งที่ 13และ 14 ได้นั้น จะทำให้คนในประเทศเกิดการใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี (คิดจากฐาน 70000 หมู่บ้าน) ซึ่งการส่งเสริมเครดิตความดีนี้ อาจจะเป็นอีกหนึ่งโครงการของรัฐบาล ที่จะสามารถกระตุ้นทางเศรษฐกิจได้อย่างมาก
มาร่วมกันเป็นกำลังขับเคลื่อนเครดิตความดี Moral Credit ด้วยกันอย่างเป็นกำลัง เพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับประเทศชาติและสังคมไทย โดยเฉพาะการใช้ระบบเครดิตความดีกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจ
ยงจิรายุ อุปเสน
ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)
ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามมาได้ที่สำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โทร 026449900 ต่อ 102 และ123 )
#Moralcredit #เครดิตความดีที่กินได้สัมผัสได้สร้างสังคมไทยให้เป็นสุขอย่างยั่งยืน