ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง

เมื่อระบบที่ไม่เป็นธรรมทิ้งคน
ไว้ข้างหลัง — ภาพสะท้อน
จากข้อมูลจริง

ตัวเลขสำคัญ

3.43 ล้านคน
คนจนในประเทศไทย ปี 2567 เพิ่มขึ้นจาก ปี 2566
สศช., รายงานความยากจนฯ 2567
0.260
ค่า Gini ด้านรายได้ครัวเรือน ปี 2568 (6 เดือนแรก) ปรับตัวดีขึ้น
NSO, สำรวจภาวะเศรษฐกิจครัวเรือน 2568
8.16 เท่า
ช่องว่างค่าใช้จ่ายการศึกษาระหว่างครัวเรือน รวยสุดและจนสุด
สศช., รายงานความยากจนฯ 2567

แม้ประเทศไทยจะเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง แต่ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างยังฝังรากลึกในระบบ ทั้งในมิติ รายได้ โอกาสทางการศึกษา สาธารณสุข และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม สะท้อนให้เห็นว่า "การเกิดมา" ยังคงเป็นตัวกำหนด ชะตาชีวิตของคนจำนวนมาก

ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้
และความยากจน

รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ประจำปี 2567 ของ สศช. เผยว่าจำนวนคนจนเพิ่มขึ้นเป็น 3.43 ล้านคน (4.89%) ของประชากรทั้งประเทศ จากปี 2566 ที่ 3.41% โดยมีครัวเรือนยากจนราว 1.03 ล้านครัวเรือน เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 6.86 แสนครัวเรือนในปีก่อน

กลุ่ม "คนจนมาก" ที่เผชิญความยากจนขั้นรุนแรง เพิ่มขึ้นจาก 6.28 แสนคน เป็น 8.79 แสนคน ในปี 2567 สะท้อนว่าคนที่ยากจนอยู่แล้วกลับยิ่งยากจนลง

ตัวชี้วัดปี 2566ปี 2567แนวโน้ม
จำนวนคนจน~2.39 ล้านคน (3.41%)3.43 ล้านคน (4.89%)↑ เพิ่มขึ้น
ครัวเรือนยากจน6.86 แสนครัวเรือน (2.45%)1.03 ล้านครัวเรือน (3.68%)↑ เพิ่มขึ้น
เส้นความยากจน3,043 บาท/คน/เดือน3,078 บาท/คน/เดือน↑ ปรับสูงขึ้น
Gini ด้านรายจ่าย (สศช.)0.3350.333↓ ลดลงเล็กน้อย
Gini ด้านรายได้ครัวเรือน (NSO)0.2850.260 (ปี 2568 ครึ่งแรก)↑ ดีขึ้น

ขณะที่ค่า Gini ด้านรายจ่ายปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่โครงสร้างการกระจายรายได้ยังเป็นปัญหา รายงาน สศช. ปี 2566 ระบุว่ากลุ่มรายได้สูงสุด 10% มีส่วนแบ่งรายได้ 32.42% ของรายได้รวมทั้งประเทศ ขณะที่กลุ่มรายได้ต่ำสุด 10% มีเพียง 2.33% — ช่องว่างกว่า 13 เท่า

ความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่และภูมิภาค

ความยากจนกระจุกตัวในพื้นที่ชนบทและบางภูมิภาคอย่างเห็นได้ชัด โดยพื้นที่นอกเขตเทศบาล มีสัดส่วนครัวเรือนยากจนสูงกว่าเขตเทศบาลถึง 1.79 เท่า สะท้อนความไม่เท่าเทียมระหว่างเมือง และชนบท

9.43%

สัดส่วนคนจนในภาคใต้ — สูงสุดในประเทศ สะท้อนความเหลื่อมล้ำเชิงภูมิภาคที่ยังคงอยู่

สศช., รายงานความยากจนฯ 2567

6.56%

สัดส่วนคนจนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ — ภูมิภาคที่มีประชากรมากที่สุด

สศช., รายงานความยากจนฯ 2567

15 ปีซ้อน

แม่ฮ่องสอน ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตาก — จังหวัดยากจนเรื้อรัง ไม่หลุดพ้นกับดักความยากจน

สศช., รายงานความยากจนฯ 2567

1.79 เท่า

สัดส่วนครัวเรือนยากจนนอกเขตเทศบาล สูงกว่าในเขตเทศบาล

สศช., รายงานความยากจนฯ 2567

รายได้ครัวเรือนเฉลี่ยทั่วประเทศในปี 2568 (6 เดือนแรก) อยู่ที่ 28,151 บาท/เดือน ลดลงจาก 29,030 บาทในปี 2566 โดยรายได้จากการทำงานเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 19,616 บาท หรือ 69.7% ของรายได้ทั้งสิ้น ส่วนที่เหลือมาจากการโอน และแหล่งอื่น นอกจากนี้ครัวเรือน 40.7% มีหนี้สิน เฉลี่ย 144,871 บาท/ครัวเรือน สะท้อนความเปราะบางทางการเงินที่ กดดันการหลุดพ้นจากความยากจน

ความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการศึกษา

การศึกษาคือ "บันได" สำคัญในการเลื่อนชั้นทางสังคม แต่ระบบการศึกษาไทยยังสร้าง ความเหลื่อมล้ำมากกว่าลดมัน ข้อมูล สศช. ปี 2567 เผยว่าเด็กจากครัวเรือนที่มีฐานะต่ำสุด มีค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาต่ำกว่าครัวเรือนฐานะสูงสุดถึง 8.16 เท่า

ช่องว่างที่ยังรอการแก้ไข

  • เด็กวัยเรียนจากครัวเรือนยากจน เพิ่มเป็น 9.67 แสนคน ในปี 2567 (จาก 7.53 แสนคน)
  • นักเรียนยากจนศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาเพียง 13.49% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศถึง 2 เท่า
  • เด็กนอกระบบการศึกษา อายุ 3–18 ปี: 982,304 คน ในปี 2567
  • เด็กหลุดออกจากระบบต่อเนื่อง: 590,557 คน

ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น

  • ปี 2566 บรรลุเป้า SDGs ลดคนจนหลายมิติลงกว่าครึ่งจากปี 2558
  • เด็กเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน 95.948% ในปีการศึกษา 2566
  • ดัชนี MPI ปี 2566 ลดลงจาก 0.0768 (ปี 2558) เหลือ 0.0325
  • คนจนหลายมิติลดจาก 20.08% เหลือ 8.76% ในช่วง 8 ปี

ปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบการศึกษาคือการจัดสรรทรัพยากรตามขนาดโรงเรียน ทำให้โรงเรียนขนาดใหญ่ในเมืองได้เปรียบ ขณะที่โรงเรียนขนาดเล็กในชนบทขาดทั้งครู อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก กระทบโดยตรงต่อคุณภาพการศึกษาของเด็กยากจน

ความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางสังคมและการเข้าถึงบริการ

นอกเหนือจากรายได้ ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างยังแสดงออกผ่านโอกาสในการเข้าถึงบริการสำคัญ ทั้งด้านสาธารณสุข กระบวนการยุติธรรม และเทคโนโลยีดิจิทัลที่แตกต่างกันตามฐานะ

ไฟฟ้า

สถานการณ์ปัจจุบัน
กลุ่มจนสุด (Decile 1) เข้าถึง 99.57% — ใกล้เคียงกลุ่มรวยสุด
สถานะ
ดีมาก

น้ำประปา

สถานการณ์ปัจจุบัน
ยังมีช่องว่างระหว่างกลุ่มเศรษฐฐานะ ต่างกัน
สถานะ
ปานกลาง

อินเทอร์เน็ต

สถานการณ์ปัจจุบัน
ช่องว่างชัดเจนระหว่างกลุ่มรวยและจน กีดกันโอกาสเศรษฐกิจดิจิทัล
สถานะ
ต้องแก้ไข

กระบวนการยุติธรรม

สถานการณ์ปัจจุบัน
โอกาสน้อยกว่าในการเข้าถึงบริการ คุณภาพ
สถานะ
ต้องแก้ไข

สาธารณสุข

สถานการณ์ปัจจุบัน
ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพระหว่างเมืองและชนบท
สถานะ
ปานกลาง

สศช. ระบุว่าการขาดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่กีดกันประชาชนออกจากโอกาส ในการพัฒนาตนเอง การเข้าถึงข้อมูล และการมีส่วนร่วมใน ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งยิ่งตอกย้ำความเหลื่อมล้ำในยุคดิจิทัล

รากเหง้าของปัญหาเชิงโครงสร้าง 5 ประการ

งานวิจัยและรายงานของ สศช. ชี้ให้เห็นว่าความเหลื่อมล้ำของไทยไม่ใช่ผลจากความขยันหมั่นเพียร ส่วนบุคคลเท่านั้น แต่มีรากเหง้าจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ได้แก่

โครงสร้างที่สร้างความเหลื่อมล้ำ

  • โครงสร้างเศรษฐกิจ — เอื้อประโยชน์ต่อเจ้าของทุนมากกว่าแรงงาน
  • การรวมศูนย์อำนาจ — ทำให้พื้นที่ชายขอบขาดทรัพยากร
  • กรรมสิทธิ์ที่ดิน — กระจุกตัวในกลุ่มคนรวย
  • ระบบภาษี — ทรัพย์สินทางการเงินกระจุกในมือคนรวย 49.87%
  • นโยบายระยะสั้น — ขาดการลงทุนในกลไกเชิงโครงสร้างระยะยา

ผลสะสม: ความยากจนข้ามรุ่น

  • ครัวเรือนจน → เข้าถึงการศึกษาต่ำ → รายได้ต่ำ → ถ่ายทอดสู่รุ่นต่อไป
  • จังหวัดยากจนเรื้อรัง 15 ปีซ้อน — โอกาสถูกกำหนดโดย "สถานที่เกิด"
  • กลุ่มรวยถือครองทรัพย์สินทางการเงิน 49.87% กลุ่มจนถือเพียง 10.35%
  • เด็กยากจน 13.49% เรียนต่ออุดมศึกษา เทียบกับ ~40% ของเด็กครัวเรือนปานกลาง-รวย

ข้อสังเกตเชิงนโยบาย

แม้ตัวชี้วัดบางอย่างจะปรับตัวดีขึ้น เช่น ค่า Gini ด้านรายได้ครัวเรือนลดจาก 0.285 เป็น 0.260 และสัดส่วนคนจนหลายมิติลดลงกว่าครึ่งในรอบ 8 ปี แต่จำนวนคนจน เพิ่มขึ้นในปี 2567 คนจนรุนแรงเพิ่มขึ้นถึง 2.5 แสนคน และรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยปี 2568 ลดลงจาก 29,030 บาท เหลือ 28,151 บาท/เดือน สะท้อนว่าการพัฒนายังไม่ยกระดับจากล่างขึ้นบน อย่างแท้จริง ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างต้องการ การแก้ไขเชิงระบบ ไม่ใช่เพียงมาตรการ บรรเทาชั่วคราว

ข้อสรุป: ความยุติธรรมทางสังคม

ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เป็นผลจากระบบที่ถูกออกแบบหรือ ปล่อยให้ดำรงอยู่ ข้อมูล สศช. และ NSO ชี้ชัดว่าการแก้ไขต้องลงทุนเชิงโครงสร้างในระยะยาว — ไม่ใช่มาตรการสงเคราะห์ชั่วคราว — เพื่อให้ "สถานที่เกิด" ไม่ใช่ตัวกำหนดเพดานชีวิตของประชาชน

แนวทางขับเคลื่อนเชิงโครงสร้าง

ข้อเสนอแนะ
📌 ระยะสั้น (1-2 ปี)
  • ขยายทุนเสมอภาคทางการศึกษาให้ครอบคลุมเด็กยากจน 1.1 ล้านคน ที่ยังขาดการสนับสนุน
  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกล เพื่อลดช่องว่างดิจิทัล
  • เพิ่มประสิทธิภาพ TPMAP ในการระบุและช่วยเหลือคนจน
🏗️ ระยะยาว (เชิงโครงสร้าง)
  • ปฏิรูประบบภาษีให้ลดความเหลื่อมล้ำด้านทรัพย์สินและความมั่งคั่ง
  • กระจายอำนาจการจัดสรรงบประมาณสู่พื้นที่ เพื่อพัฒนาตามบริบทชุมชน
  • ลงทุนระยะยาวในระบบการศึกษาที่เท่าเทียม ลดการจัดสรรทรัพยากรตามขนาดโรงเรียน
  • สร้างระบบคุ้มครองทางสังคมที่ครอบคลุม ลดความยากจนข้ามรุ่น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) www.nesdc.go.th | สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NSO) www.nso.go.th | สศช. — ภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 ปี 2567 (เผยแพร่ กุมภาพันธ์ 2568) | กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) www.eef.or.th