Decoration 1
Decoration 2

ความเหลื่อมล้ำ
ด้านรายได้

สะท้อนผ่านค่า Gini Coefficient
coin

man
man
coin

แม้ Gini ด้านรายได้จะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่กลุ่มรายได้สูงสุด 10% ยังครองส่วนแบ่งรายได้ถึง 32.42% ขณะที่คนจนปี 2567 กลับเพิ่มเป็น 3.43 ล้านคน สะท้อนความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้างที่ยังต้องเร่งแก้ไข

GINI ด้านรายได้ ปี 2566
0.285
↓ ลดจาก 0.310 ปี 2564
สำรวจ 57,600 ครัวเรือน
GINI ด้านรายได้ ปี 2568 (6 เดือน)
0.260
↓ ปรับลดต่อเนื่อง
แนวโน้มดีขึ้น
คนจนไทย ปี 2567 (NESDC)
3.43 ล้านคน
↑ เพิ่มจาก 2.39 ล้านคน
ปี 2566 (4.89%)
Coin 1
Coin 2

แนวโน้มค่า Gini Coefficient ด้านรายได้ครัวเรือน
(ปี 2560–2568)

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NSO) สำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนทุก 2 ปี โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง 57,600 ครัวเรือน ทั่วประเทศ พบว่าค่า Gini Coefficient ด้านรายได้มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการกระจายรายได้ ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ช่องว่างระหว่างกลุ่มรายได้สูงสุดและต่ำสุดยังอยู่ในระดับที่สูง
ปีสำรวจ Gini รายได้ Gini รายจ่าย รายได้เฉลี่ย/เดือน (บาท) การเปลี่ยนแปลง
2560 0.452 - - ฐานเปรียบเทียบ
2562 0.430 - - ↓ -0.022
2564 0.310 0.343 - ↓ -0.120
2566 0.285 0.335 29,030 ↓ -0.025
2568 (6 เดือน) 0.260 0.333 28,151 ↓ -0.025
Decoration 1
Decoration 1

การกระจายส่วนแบ่งรายได้ตามกลุ่มประชากร 10 กลุ่ม (Decile) ปี 2566

แม้แนวโน้มโดยรวมดีขึ้น แต่กลุ่มรายได้สูงสุด 10% (Decile 10) ยังครองส่วนแบ่งรายได้ถึง 32.42%
ขณะที่กลุ่มรายได้ต่ำสุด 10% มีส่วนแบ่งเพียง 2.33% เท่านั้น ช่องว่างนี้สะท้อนโครงสร้างความไม่เท่าเทียมที่ยังฝังรากลึก

Decile Chart
ส่วนแบ่งรายได้ตามกลุ่ม Quintile: กลุ่มรายได้สูงสุด (Q5) ครองรายได้ 40.0% ในปี 2566 และลดลงเป็น 38.6% ในปี 2568 (6 เดือนแรก) ขณะที่กลุ่มรายได้ต่ำสุด (Q1) เพิ่มจาก 8.7% เป็น 9.9% ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้น
Decoration 1
Decoration 2
Decoration 3
Gauge Icon

ตัวชี้วัดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้และความมั่งคั่ง ปี 2566–2567

ตัวชี้วัด ค่า/ตัวเลข ความหมาย แหล่งข้อมูล
รายได้คนรวย vs คนจน ~13 เท่า ช่องว่างรายได้ระหว่างกลุ่มสูงสุด–ต่ำสุด NSO SES 2566
Top 1% ครองรายได้ภาษี 11.7% กลุ่มรายได้ ≥4 ล้านบาท/ปี ครองส่วนแบ่งสูง สศช. 2566
คนจนไทย ปี 2567 3.43 ล้านคน (4.89%) เพิ่มจาก 2.39 ล้านคน ปี 2566 45% ภาคเกษตร สศช. 2567
ช่องว่างค่าใช้จ่ายการศึกษา 8.16 เท่า ครัวเรือนฐานะสูงสุด vs ต่ำสุด สศช. 2566
Top 10% ครองทรัพย์สินการเงิน 49.87% กลุ่มต่ำสุดถือครองเพียง 10.35% สศช. 2566
จังหวัดยากจนเรื้อรัง 15 ปี แม่ฮ่องสอน, ปัตตานี + 8 จังหวัด ยากจนติดต่อกันยาวนาน ต้องเร่งแก้ สศช. 2567
Decoration 1

ความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่: ภูมิภาคและ GDP ต่อหัว

ในปี 2563 GDP ต่อหัวในกรุงเทพฯ สูงกว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือถึง 6.5 เท่า
สะท้อนความไม่เท่าเทียมด้านโอกาสและทรัพยากรที่ยังมีอยู่สูง
Thailand Map
EEC/SEC: Gini 0.335 ปี 2564 สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศที่ 0.310
Decoration 1
Decoration 2
Decoration 3
Decoration 4
Decoration 5
Decoration 6
Decoration 7

ความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่: ภูมิภาคและ GDP ต่อหัว

Cycle 1
Cycle 2
Cycle 3

วิเคราะห์เชิงลึก: ตัวเลขดีขึ้น แต่ความจริงซับซ้อนกว่า

Gini ที่แท้จริงอาจสูงกว่ารายงาน:

งานวิจัย Jenmana (2018) พบว่าหากรวมข้อมูลภาษี Gini ด้านรายได้อาจสูงถึง 0.63

แนวโน้มดีขึ้นแต่พึ่งพาเงินโอน:

กลุ่มรายได้ต่ำที่ดีขึ้นส่วนหนึ่งมาจากเงินช่วยเหลือรัฐ ไม่ใช่ความสามารถพึ่งพาตนเอง

ความเหลื่อมล้ำทรัพย์สินสูงกว่ารายได้มาก:

Top 10% ครองทรัพย์สินทางการเงิน 49.87% ขณะที่กลุ่มต่ำสุดถือเพียง 10.35%

ระบบภาษียังไม่ทำหน้าที่กระจาย:

สศช. ระบุว่าระบบภาษีเงินได้ไทยยังเอื้อกลุ่ม Top มากกว่าเป็นกลไกกระจายรายได้

คนจนเพิ่มแม้ Gini ลดลง:

ปี 2567 คนจนเพิ่มเป็น 3.43 ล้านคน จาก 2.39 ล้านคน ชี้ว่า Gini อย่างเดียวไม่เพียงพอวัดความเป็นธรรม

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: มุมมองด้านความเป็นธรรม

Hand
message
Dollar 1
Dollar 2
Paper Plane 1
Paper Plane 2
มาตรการที่ 1
ปฏิรูประบบภาษีให้เป็นธรรม
ทบทวนการหักลดหย่อนที่เอื้อกลุ่ม Top 1%
· พัฒนาระบบภาษีทรัพย์สินที่ก้าวหน้า
· ลดช่องว่างระหว่างกลุ่มรายได้ผ่านกลไกภาษี
มาตรการที่ 2
ลงทุนด้านการศึกษาเชิงพื้นที่ เพิ่มงบการศึกษาในพื้นที่ยากจนเรื้อรัง
· ลดช่องว่างค่าใช้จ่ายการศึกษา 8.16 เท่า
· สนับสนุนทุนการศึกษาตามฐานะจริง
มาตรการที่ 3
ยกระดับรายได้แรงงานภาคเกษตร
คนจน 45% อยู่ภาคเกษตร
· พัฒนาทักษะและเพิ่มมูลค่าผลผลิต
· ขยายประกันสังคมครอบคลุมแรงงานนอกระบบ
มาตรการที่ 4
แก้ความยากจนเรื้อรังเชิงพื้นที่
เร่งแก้ปัญหา 10 จังหวัดยากจนเรื้อรัง
· เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน อินเทอร์เน็ต
· สร้างโอกาสเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน

มุมมองด้านความเป็นธรรมในสังคม

ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ไม่ใช่เพียงปัญหาเศรษฐกิจ แต่สะท้อนถึง ความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้าง ที่กัดเซาะความเชื่อมั่นในสังคม การที่ Top 10% ครองรายได้ถึง 32.42% ขณะที่กลุ่มล่างสุด 10% มีเพียง 2.33% ไม่ใช่ผลของความขยันหรือความสามารถเพียงอย่างเดียว แต่มาจากโอกาสทางการศึกษา ที่ดิน และระบบที่ไม่เท่าเทียม ความเป็นธรรมที่แท้จริงต้องไม่ใช่แค่ทำให้ Gini ลดลงในตัวเลข แต่ต้องสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้ทุกคนพึ่งพาตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี
แหล่งข้อมูลหลัก: สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NSO), สรุปผลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2566 (พฤษภาคม 2567) และ พ.ศ. 2568 (6 เดือนแรก) | สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.), รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ปี 2566 (ตุลาคม 2567) และ ปี 2567 (กันยายน 2568) | ธนาคารโลก, "Bridging the Gap: Inequality and Jobs in Thailand" (2023) | Thanasak Jenmana (2018), PIER Thailand